LATEST ARTICLES

เปิดขั้นตอนเตรียมฟ้องคดีฉ้อโกง ต้องเตรียมพยานหลักฐานใดบ้าง

เปิดขั้นตอนเตรียมฟ้องคดีฉ้อโกง ต้องเตรียมพยานหลักฐานใดบ้าง #การเตรียมพยานหลักฐานในคดีฉ้อโกง พยานหลักฐานสำคัญในคดีฉ้อโกงส่วนใหญ่แล้วคือหลักฐานทางด้านการเงินเพราะทรัพย์สินที่ถูกฉ้อโกงส่วนใหญ่เป็นการฉ้อโกงเงินดังนั้นหลักฐานทางการเงินจึงมีความสำคัญเป็นต้นว่าหลักฐานการโอนเงินหลักฐานการฝากเงินผ่านตู้ฝากเงิน หลักฐานการรับเงินสดเช่นภาพถ่ายหลักฐานการรับเงินในชั้นนี้พยานหลักฐานที่สามารถเก็บรวบรวมได้ไม่ยากคือ #สลิปการโอนเงิน #รายการเคลื่อนไหวทางบัญชี ........ #การพูดคุยสนทนาทางสื่อโซเชียลออนไลน์ การพูดคุยทางสื่อโซเชียลออนไลน์ปัจจุบันนั้นย่อมมีความสำคัญหากการพูดคุยนั้นไปเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับการโอนเงินหรือนิติสัมพันธ์ต่างๆก็สามารถนำการพูดคุยนั้นมาสืบประกอบเป็นพยานหลักฐานในคดีได้เป็นต้นว่าโจทก์กล่าวอ้างว่าได้รับเงินเพียงบางส่วนจำเลยอาจจะต่อสู้ว่าโจทก์ได้รับเงินไปครบถ้วนแล้วเนื่องจากโจทก์ในคดีนี้เป็นหนี้จำเลยในเรื่องอื่นและมีการคุยหักลบกลบหนี้กันแล้วโดยข้อความดังกล่าวนั้นปรากฏอยู่ในการสนทนาทาง Facebook หรือการสนทนาทาง LINEประกอบกับหนี้ที่จำเลยกล่าวอ้างว่ามีการหักลบกับโจทก์นั้นก็มีอยู่จริงและจำนวนเงินที่หักลบกันนั้นก็ตรงตามข้อความที่ปรากฏอยู่ในบทสนทนาและตรงกับรายการเดินบัญชีเป็นต้น #การชนสลิป การชนสลิปหรือการเปรียบเทียบยอดโอนระหว่างโจทก์และจำเลยในคดีการเปรียบเทียบหรือการท้ากันลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยนักเนื่องจากโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์โอนเงินให้กับจำเลยจำนวนมากจำเลยต่อสู้ว่าจำเลยก็โอนเงินให้กับโจทก์จำนวนมากเช่นกันอาจจะโอนมากกว่าที่โจทก์โอนมาให้จำเลยหรือยอดที่โจทก์ฟ้องมาไม่ถูกต้องดังนั้นการชนสลิปเพื่อให้เกิดการยอมรับถึงยอดเงินในคดีเมื่อคู่ความยอมรับถึงยอดเงินในคดีกันแล้วก็สามารถแถลงรับกันได้อยู่ในชั้นสืบพยานจากนั้นค่อยสืบพยานในส่วนว่าการกระทำของจำเลยนั้นเป็นความผิดหรือไม่ #หลักฐานที่ใช้ในการชนสลิป คือสลิปที่มีการโอนเงินให้แก่กันหรือฝากเงินให้แก่กันพร้อมกับสเตทเม้นท์หรือรายการเดินบัญชีของทั้งสองฝ่ายตากนั้นก็ทำเป็นตารางยอดที่โจทก์โอนมาให้จำเลยและจำเลยโอนไปให้โจทก็ก็จะพบถึงตัวเลขสำคัญในคดี #ประโยชน์ของการชนสลิป หากชนแล้วตัวเลขอยู่ในเกณฑ์ที่จำเลยสามารถชดใช้เงินให้แก่โจทก์ได้กล่าวคือเป็นตัวเลขที่จำเลยยอมรับว่ารับเงินไปจากโจทก์จริงจำเลยก็สามารถผ่อนชำระให้แก่โจทก์ได้ในส่วนนี้จะมีขั้นตอนหรือ วิธีการที่จำเลยจะชำระให้แก่โจทก์อยู่ 2 วิธีการ #วิธีที่ 1เลื่อนคดีไปเพื่อให้จำเลยได้มีระยะเวลาชำระเงินตามจำนวนที่ตกลงกัน #วิธีที่2 ศาลจะจำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อให้จำเลยได้ปฏิบัติการชำระหนี้ตามที่ตกลงกัน #เทคนิคที่นิยมใช้กันของทนายโจทก์ ในคดีลักษณะแบบนี้โจทก์จะวางเงื่อนไขให้จำเลยรับสารภาพก่อนจึงจะให้ใช้ตามวิธีการที่หนึ่งและวิธีการที่สองได้เมื่อจำเลยได้ปฏิบัติตามวิธีที่หนึ่งหรือที่สองเสร็จสิ้นแล้วโจทก์จะถอนฟ้องคดีและให้ศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบความหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือปฏิบัติไม่ได้ศาลก็จะยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลย #กรณีที่ชนสลิปแล้วจำเลยขอสู้คดีต่อ การสู้คดีของจำเลยลักษณะเช่นนี้จะเห็นได้ว่าหากโจทก์และจำเลยมีนิติสัมพันธ์กันโดยการชำระหนี้หรือจ่ายเงินมาอย่างต่อเนื่องตลอดมาแต่เหตุที่จำเลยไม่สามารถจ่ายเงินให้แก่โจทก์ได้นั้นมีเหตุบางประการและตัวโจทก์เองก็สมัครใจร่วมเล่นหรือร่วมลงทุนหรือร่วมเล่นแชร์กับจำเลยมิได้เกิดจากการหลอกลวงแต่อย่างใดเพียงแต่เมื่อจำเลยไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้โจทก์กล่าวอ้างถึงการหลอกลวงขึ้นมาเพื่อฟ้องและใช้คดีอาญาบีบบังคับจำเลย หรือโจทก์เองเป็นผู้นำเงินให้จำเลยไปลงทุนในเรื่องที่ผิดกฎหมายเป็นต้นว่าโจทก์เองเป็นผู้ให้จำเลยนำเงินไปลงทุนเพื่อเปิดวงแชร์ผิดกฎหมายหรือโจทก์เองเป็นผู้ให้เงินจำเลยไปลงทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบที่ผิดกฎหมายลักษณะแบบนี้โจทก์เองไม่ใช่ผู้เสียหายจึงไม่สามารถเรียกเงินคืนจากจำเลยได้ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์มาฟ้องคดีอาญาต่อศาลหรือคดีที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นคดีที่ขาดอายุความหรือโจทก์ไม่ได้เสียหายเลยเนื่องจากจำเลยโอนเงินให้แก่โจทก์มากกว่าที่โจทก์โอนมายังบัญชีจำเลยเป็นต้น มีต่อ EP2 #ทนายคดีฉ้อโกง0899811406

#การประชดลูกหนี้ถือว่าเป็นการปลดหนี้

โดยสมชายชุมนุมวรรณ์ ทนายความหัวหน้าสำนักงานกฎหมายคุณปรัชญาเศรษฐ์ 8 สิงหาคม 2562 โทร. 0899811406  # ทนายการฉ้อโกง 0899811406

สัญญากู้ยืมเงินที่ไม่ได้ระบุเวลาชำระเงินคืนไว้ ผู้ให้กู้จะเรียกชำระคืนได้เมื่อใด

คำถาม สัญญากู้ยืมเงินที่ไม่ได้ระบุเวลาชำระเงินคืนไว้ ผู้ให้กู้จะเรียกชำระคืนได้เมื่อใด คำตอบ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2103/2535 “สัญญากู้ยืมเงินไม่ได้กำหนดเวลาชำระต้นเงินคืนไว้ โจทก์ผู้ให้กู้ย่อมจะเรียกให้จำเลยผู้กู้ชำระหนี้ได้โดยพลัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 วรรคแรก และมีอำนาจฟ้องให้จำเลยชำระหนี้โดยไม่จำต้องบอกกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 652 ก่อนก็ได้ จำเลยเพียงแต่ยกเอาข้อความที่จำเลยอุทธรณ์ขึ้นมากล่าวในคำฟ้องฎีกาว่าจำเลยอุทธรณ์ว่าอย่างไร ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าอย่างไรแต่จำเลยมิได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ชอบหรือผิดพลาดข้อไหนอย่างไร เป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ขัดต่อ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย” มีปัญหาข้อกฎหมายปรึกษาทนายความมืออาชีพ ทนายสมชาย โทร.089-9811406

รวมคำพิพากษาศาลฎีกา สู้คดีหมิ่นประมาท

หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2778/2561 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มีผลใช้บังคับนับแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 อันเป็นเวลาระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โดยความในมาตรา 8 ให้ยกเลิกความในมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และให้ใช้ความที่บัญญัติใหม่แทน โดยมาตรา 14 ที่บัญญัติใหม่ได้ยกเลิกความในมาตรา 14 (1) จากเดิมที่บัญญัติว่า...

เงินของนักวิ่งเต้นเรียกร้องคืนได้หรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2077/2560

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2077/2560 โจทก์มอบเงิน 300,000 บาท ให้แก่จำเลย เพราะจำเลยอ้างว่าจะนำไปให้เจ้าพนักงานตำรวจยศระดับพลตำรวจตรี 2 คน เพื่อช่วยเหลือให้บุตรสาวโจทก์สามารถสอบเข้ารับราชการตำรวจได้ ซึ่งโจทก์ย่อมจะต้องทราบดีว่าบุตรสาวโจทก์จะเข้ารับราชการตำรวจได้ต้องผ่านการสอบคัดเลือก โดยการสอบคัดเลือกเป็นระเบียบแบบแผนของทางราชการ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีคุณสมบัติสามารถสมัครสอบได้โดยเสรีและที่สำคัญการจัดการสอบจะต้องยุติธรรมเพื่อที่ทางราชการจะได้คนมีความสามารถ อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน หากมีการช่วยเหลือบุคคลใดบุคคลหนึ่งให้สามารถสอบผ่านแสดงว่ามีการกระทำอันเป็นการทุจริต เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำความผิด โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง มีปัญหาข้อกฎหมายปรึกษาทนายความมืออาชีพ ทนายสมชาย...

ประกาศว่า “ถูกสลากเลขท้าย 3 ตัว” แต่โจทก์ร่วมไม่ยอมจ่ายซึ่งเป็นความเท็จ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10839/2557 การที่จำเลยไปให้ข่าวและหนังสือพิมพ์ได้ลงข่าวแพร่หลายทั่วจังหวัดลำปางว่า จำเลยซื้อสลากเลขท้าย 3 ตัวตรงหมายเลข 966 ประจำงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2547 แล้วถูกรางวัล โจทก์ร่วมไม่ยอมจ่ายเงินรางวัลให้แก่จำเลย ซึ่งไม่เป็นความจริง ถือเป็นการใส่ความโจทก์ร่วมโดยมุ่งประสงค์ให้โจทก์ร่วมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง และการที่จำเลยให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ จำเลยย่อมทราบดีว่าผู้รับข้อความคือผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน อาจนำเสนอข่าวสารที่ได้รับมาเผยแพร่ต่อบุคคลทั่วไป ทั้งข้อความที่จำเลยให้สัมภาษณ์เป็นเรื่องเกี่ยวกับการถูกเงินรางวัลแต่ไม่ได้รับเงินรางวัลอันเป็นความหวังของบุคคลทั่วไปที่ซื้อสลาก ซึ่งมีลักษณะเป็นเรื่องที่สนใจของประชาชน ถือว่าจำเลยมีเจตนาเล็งเห็นผลได้ว่าผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ต้องนำข้อความที่จำเลยให้สัมภาษณ์ไปลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ตามที่จำเลยให้สัมภาษณ์...

ไม่ใช่ผู้เสียหายนิตินัย มีสิทธิยื่น ม.44/1 ในคดีอาญาได้หรือไม่

คำพิพากษาฏีกาที่ 5400/2560 (ป) ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 บัญญัติว่า "ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุที่ได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจหรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำผิดของจำเลย ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนก็ได้" เป็นบทบัญญัติที่มีเจตนารมณ์จะช่วยให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายในทางแพ่งได้รับความสะดวกรวดเร็วในการได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีแพ่งเป็นอีกคดีหนึ่ง ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาจะได้เสร็จสิ้นไปในคราวเดียวกัน โดยให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาทุกประเภทที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ต่อเนื่องไปได้เพื่อให้การพิจารณาคดีส่วนแพ่งเป็นไปโดยรวดเร็วดังที่ปรากฏในหมายเหตุท้าย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2548 นั้น แม้ตาม ป.วิ.อ. ได้มีคำอธิบายคำว่าผู้เสียหายไว้ในมาตรา...